มิติใหม่แห่งความร่วมมือเพื่อพัฒนาหลักสูตรด้านวิทย์-คณิตและเทคโนโลยี

Posted 02/09/2010 - 11:21 by admin

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมบรรยายพิเศษ

 ผ่านไปแล้วสำหรับกิจกรรมทางวิชาการเนื่องในโอกาสคล้ายวันสถาปนา สสวท.ครบรอบ 38 ปี ซึ่งสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางการเข้าร่วมงานของคณะครู อาจารย์ จากโรงเรียนต่างๆ นักวิชาการ และหน่วยงานต่างๆ อย่างคับคั่ง เต็มไปด้วยสีสันบรรยากาศทางวิชาการ ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการสื่อการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีที่โดดเด่นมากมาย
          กิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อ "แนวคิดและนโยบายการศึกษาของชาติ : ทิศทางการขับเคลื่อนการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี" โดยเนื้อหาและประเด็นหลักๆ ได้เน้นในทุกปัจจัยหลักที่ตอบโจทย์ทั้งในระบบของโรงเรียน การค้นคว้าวิจัย และการพัฒนาหลักสูตร สื่อการเรียนการสอน การประดิษฐ์อุปกรณ์เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี รวมไปถึงการพัฒนาและส่งเสริมการผลิตบุคลากรทางการเรียนการสอนที่มีความรู้ความสามารถในด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี
          นายชัยวุฒิ กล่าวว่า จากผลการสำรวจพบว่าการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ในปัจจุบันจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาและปรับปรุงในทุกๆ ด้าน ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการสำรวจความต้องการบุคลากรครูในแต่ละพื้นที่ว่ามีมากน้อยเพียงใด เพื่อจัดเตรียมแผนงานในการรองรับได้อย่างสอดคล้องต่อความต้องการ
          "เราจะสำรวจความต้องการก่อนว่าในพื้นที่ใดขาดครูในสาขาใด โดยเฉพาะพื้นที่พิเศษ ในแถบทุรกันดาร และในพื้นที่ท้องถิ่นหรือในภูมิภาค และในอีก 2 ปี หรือ 4 ปีข้างหน้าเมื่อมีนักศึกษาที่เรียนจบแล้วเราจึงรับนักศึกษาตามสาขานั้นๆ โดยในอัตรา 30,000 นี้เมื่อจบแล้วก็จะมีอัตราบรรจุให้เป็นข้าราชการทันที ซึ่งได้รับการอนุมัติแล้ว เชื่อได้ว่าโครงการนี้จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องการขาดแคลนครู หรือการมีครูที่ไม่ตรงกับสาขาวิชาได้ในระดับหนึ่ง โดยในปีต่อไปจะเริ่มโครงการทดลอง 2,000 คน อย่างน้อยที่สุดในขณะนี้มีอยู่ 32,000 อัตราที่จะดำเนินการและมีงบประมาณจากภาครัฐให้การสนับสนุน รวมไปถึงเรื่องของนักเรียนทุนที่จะเข้ามาเสริม โดยหลังจากนี้กระทรวงศึกษาธิการยังมีนโยบายในการแก้ปัญหาในเรื่องต่างๆ เหล่านี้เพิ่มเติมอีก"
          อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญในการพัฒนาและเสริมสร้างคุณภาพด้านการศึกษายังคงต้องเน้นไปที่ "ครู" ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญ หลายโครงการที่เกิดขึ้นจึงล้วนเป็นการวางรากฐานทางการศึกษาในด้านต่างๆ รวมไปถึงโครงการ "อ่านเป็น เขียนเป็น คิดเป็น"
          "ที่ผ่านมาพบว่าในสาขาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ เป็น 2 สาขาที่เยาวชนของเรายังมีผลประเมินอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ค่อยได้มาตรฐานนัก รวมทั้งภาษาไทยด้วย ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการจึงได้ริเริ่มโครงการ "อ่านเป็น เขียนเป็น คิดเป็น" ขึ้น เพื่อช่วยในการพัฒนาในสาขาต่างๆ เพราะหากเยาวชนของเราเข้าใจภาษาไทยไม่ลึกซึ้งพออาจจะอ่านเป็น เขียนเป็น แต่บางคนคิดและวิเคราะห์ไม่เป็น ก็จะเป็นปัญหาในการวิเคราะห์และทำความเข้าใจในวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ อย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน
          ดังนั้นการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบันจึงมุ่งให้ความสำคัญในหลายส่วนควบคู่กันไป ทั้งภาษาไทย วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในภาวการณ์ขาดแคลนครู อุปกรณ์ และหลักสูตร รวมไปถึงการจัดการเรียนการสอน อย่างมีระบบ ตรงส่วนนี้จึงเป็นหน้าที่ของ สสวท.ที่จะเข้ามามีบทบาทในด้านนี้ควบคู่ไปกับการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง"
          นอกจากนั้นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า ที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่อาจจะรู้จัก สสวท.ผ่านโครงการโอลิมปิก วิชาการ แต่จริงๆ แล้วบทบาทของ สสวท.มีมากมาย ทั้งในเรื่องการพัฒนาสื่อการเรียนการสอน หลักสูตรต่างๆ โดยเน้นการร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ทั้งในกระทรวงและนอกกระทรวง โดยมุ่งเน้นส่งเสริมเยาวชนทุกๆ คนและทุกพื้นที่ให้ได้มีโอกาสทางการศึกษาและการเรียนการสอนที่เท่าเทียมกันทั่วประเทศ
          สำหรับการขยายโอกาสทั้งในส่วนของการปฏิรูปสื่อการศึกษา ในส่วนนี้ สสวท.ก็ได้เข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ดังจะเห็นได้จากความสำเร็จของโรงเรียนต่างๆ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่มีการพัฒนาระบบและรูปแบบการเรียนการสอนอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
          "ปัจจุบันมีหลายโรงเรียนที่ประสบความสำเร็จทางด้านนี้ สิ่งที่เรากำลังจะดำเนินการต่อไปก็คือการต่อยอดและการพัฒนาไปสู่พื้นที่ทุรกันดาร พื้นที่ชายเขา หรือพื้นที่ที่ขาดโอกาส ให้มากยิ่งขึ้น เพราะที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าโอกาสในการเรียนรู้ของประชาชนในประเทศในหลายพื้นที่ค่อนข้างมีความแตกต่างกันมาก รัฐบาลจึงมีหน้าที่ในการขยายโอกาส ดูแล และสนับสนุนให้ทุกคนมีโอกาสอย่างเท่าเทียมกันในทุกด้าน ซึ่งแน่นอนว่าอาจจะทำไม่ได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ก็เป็นหน้าที่ของทุกหน่วยงานที่จะต้องเข้ามาช่วยกันดูแล ซึ่ง สสวท.ก็จะเป็นหน่วยงานสำคัญที่จะเข้าไปช่วยสนับสนุน ทั้งในเรื่องของสื่อการเรียน การสอน การพัฒนาครูด้านวิทยาศาสตร์ อุปกรณ์การศึกษา รวมไปถึงการสร้างโอกาสและเสริมสร้างบทบาทในการเข้าไปช่วยโรงเรียนหรือนักเรียนที่ขาดโอกาสในพื้นที่ชนบทได้มากขึ้น ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นองค์กรเอกชน องค์กรศาสนา การศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน นักวิชาการ ฯลฯ ซึ่งหากเกิดการมีส่วนร่วมในการที่จะพัฒนาการศึกษาร่วมกันก็จะทำให้การปฏิรูปการศึกษาสามารถประสบความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้น"
          อาจกล่าวได้ว่าภารกิจการขับเคลื่อนการศึกษาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี จะสำเร็จลุล่วงได้ก็ด้วยความร่วมมือของทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษของ สสวท.ก็ได้ร่วมเป็นหนึ่งในหน่วยงานหลักที่มุ่งมั่นดำเนินงานตามภารกิจเพื่อให้ครู อาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นิสิต นักศึกษา และสาธารณชนทั่วไป ได้มีความรู้ ความสามารถ และความเข้าใจด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด และนับจากนี้ สสวท.ก็จะเป็นอีกหนึ่งสถาบันที่ช่วยผลิตและสร้างสรรค์คุณภาพทางการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ให้กับเยาวชนของชาติต่อไปในอนาคต--จบ--

          ที่มา: หนังสือพิมพ์บ้านเมือง